
ในบางครั้งของช้างเพศเมีย Africa จะแสดงอาการเดินที่เรียกกันว่า Oestrous walk คือ เดินเชิด แหงนหน้ามองเหลือมาทางด้านหลัง กระวนกระวายให้ความสนใจเชือกผู้โดยเฉพาะเชือกที่แสดงอาการเป็นสัด ส่วนเชือกผู้ทั้งเอเชียและ Africa จะทำการทดสอบช้างเชือกเมียโดยใช้งวงล้วงเข้าไปใน Vulva ของช้างเชือกเมียเอามาดมและชิม โดยใช้ Function พิเศษของ Jacobson’s organ (บางคนเรียก Vomeronasal organ) ที่อยู่บริเวณเพดานบนของปากเหนือ Hard และ Soft palate ต่อมนี้ช้างตัวผู้ใช้ประโยชน์ในการตรวจการเป็นสัดของช้างตัวเมีย ต่อมนี้จะมีท่อเปิดที่โคนปาก ขนาดของรูเปิดประมาณเท่ากันเส้นผ่าศูนย์กลางของซิก้า และจะเชื่อมต่อกับระบบประสาทที่สมองส่วน Cribiform plate ซึ่งถ้าเป็นตัวเมียที่อยู่ในระยะการเป็นสัดจะยินยอมให้ทำและแสดงอาการดีใจ ที่ถูกกระทำ และจะแยกตัวออกมาจากโขลงโดยจะมีเชือกผู้ที่มีอาการเป็นสัดเดินตามออกมาร่วม ด้วย
ในช้างเอเชียจะมีการแสดงอาการที่เรียกว่า “Pre-copulatorymanoeuvre” คือ หน้าชนหน้า ปากชนปากคล้ายกัดกัน งวงมาพันกัน เป็นต้น
การตั้งท้องของช้างจะถูกยืนยันโดยการพบ Secreation ของ Progesterone หลัง 12 อาทิตย์ของ Iuteal phase ในระดับ 400 ถึง 1,200 pg/ml (ค่าปกติ = 100 pg/ml) ในช่วงปีแรกจนกระทั่งถึงระยะหกเดือนก่อนกำหนดคลอด
ช้างตั้งท้องประมาณ ๒๒ เดือน (๖๓๐–๖๖๐ วัน) ในระยะ ๓ เดือนแรก การเจริญของ Foetus เร็วมาก จะมีการปรากฏของหู งวง หางให้เห็น ช้างสามารถตั้งท้องได้จนกระทั่งอายุประมาณ ๕๐ ปี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากสภาพความสมบูรณ์ของแม่ที่ไม่สามารถจะผลิตนมออกมาได้พอเลี้ยงลูก ลูกช้างดูดนมหลายครั้งใน ๑ ชั่วโมง (เฉลี่ยครั้งละ ๒-๓ นาที) ลูกช้างเพศผู้จะโตเร็วกว่าเพศเมีย จากการสำรวจพบว่าการที่แม่ช้างให้กำเนิดลูกเพศผู้ จะทำให้ Oestrous cycle ช้ากว่ากำหนดเดินไปอีก ๖ เดือน ช้างเพศผู้สามารถสร้าง Sperm ได้เมื่ออายุประมาณ ๑๐–๑๕ ปี ช้างจะใช้เวลาในการผสมพันธุ์ประมาณ ๒-๓ นาที (เริ่มขึ้นทับช้างเชือกเมียจนหลั่ง) ใช้เวลาในการสอดใส่ราว ๑๐ ถึง ๑๕ วินาที ผสมกันประมาณ ๓ ถึง ๘ ครั้งต่อวัน
น้ำเชื้อตัวผู้ออกมาคราวละประมาณ ๙๐ ถึง ๑๒๐ ซี.ซี. (โดยการใช้ Artificial vagina เก็บเพื่อนำไปทำการผสมเทียมในช้างเพศเมีย) น้ำเชื้อของช้างจะมีลักษณะคล้ายครีม มีสีขาวออกเทา PH ๗.๒-๘ ปริมาณเชื้อ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ล้านตัว/ซี.ซี. (ที่มีการเคลื่อนไหวหรือที่มีชีวิต ตรวจพบโดยประมาณเท่ากัน ๘๐%)
การที่ช้างจะผสมติดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะการตกไข่ (การแสดงอาการเป็นสัด) ของช้างเชือกเมียเป็นหลัก จากการศึกษาพบว่า ช้างเชือกผู้พร้อมจะผสมพันธุ์และมีการผลิต Sperm ออกมาทุกครั้ง แต่จะมีมากในช่วงของการตกมัน ส่วนช้างเชือกเมียจะไม่ยอมให้ช้างเพศผู้ผสมพันธุ์เลย ถ้าไม่อยู่ในระยะการเป็นสัด หรือยอมให้ผสมเมื่อถูกการบังคับของควาญ แม้จะยอมให้เชือกผู้ขึ้นผสมในระยะการเป็นสัด แต่ถ้าไม่ตรงกับระยะเวลาการตกของไข่แล้ว การติดลูกก็ไม่เกิดขึ้น
แหล่งที่มา
สถาบันคชบาลแห่งชาติ
info@thailandelephant.org
ในช้างเอเชียจะมีการแสดงอาการที่เรียกว่า “Pre-copulatorymanoeuvre” คือ หน้าชนหน้า ปากชนปากคล้ายกัดกัน งวงมาพันกัน เป็นต้น
การตั้งท้องของช้างจะถูกยืนยันโดยการพบ Secreation ของ Progesterone หลัง 12 อาทิตย์ของ Iuteal phase ในระดับ 400 ถึง 1,200 pg/ml (ค่าปกติ = 100 pg/ml) ในช่วงปีแรกจนกระทั่งถึงระยะหกเดือนก่อนกำหนดคลอด
ช้างตั้งท้องประมาณ ๒๒ เดือน (๖๓๐–๖๖๐ วัน) ในระยะ ๓ เดือนแรก การเจริญของ Foetus เร็วมาก จะมีการปรากฏของหู งวง หางให้เห็น ช้างสามารถตั้งท้องได้จนกระทั่งอายุประมาณ ๕๐ ปี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากสภาพความสมบูรณ์ของแม่ที่ไม่สามารถจะผลิตนมออกมาได้พอเลี้ยงลูก ลูกช้างดูดนมหลายครั้งใน ๑ ชั่วโมง (เฉลี่ยครั้งละ ๒-๓ นาที) ลูกช้างเพศผู้จะโตเร็วกว่าเพศเมีย จากการสำรวจพบว่าการที่แม่ช้างให้กำเนิดลูกเพศผู้ จะทำให้ Oestrous cycle ช้ากว่ากำหนดเดินไปอีก ๖ เดือน ช้างเพศผู้สามารถสร้าง Sperm ได้เมื่ออายุประมาณ ๑๐–๑๕ ปี ช้างจะใช้เวลาในการผสมพันธุ์ประมาณ ๒-๓ นาที (เริ่มขึ้นทับช้างเชือกเมียจนหลั่ง) ใช้เวลาในการสอดใส่ราว ๑๐ ถึง ๑๕ วินาที ผสมกันประมาณ ๓ ถึง ๘ ครั้งต่อวัน
น้ำเชื้อตัวผู้ออกมาคราวละประมาณ ๙๐ ถึง ๑๒๐ ซี.ซี. (โดยการใช้ Artificial vagina เก็บเพื่อนำไปทำการผสมเทียมในช้างเพศเมีย) น้ำเชื้อของช้างจะมีลักษณะคล้ายครีม มีสีขาวออกเทา PH ๗.๒-๘ ปริมาณเชื้อ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ล้านตัว/ซี.ซี. (ที่มีการเคลื่อนไหวหรือที่มีชีวิต ตรวจพบโดยประมาณเท่ากัน ๘๐%)
การที่ช้างจะผสมติดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะการตกไข่ (การแสดงอาการเป็นสัด) ของช้างเชือกเมียเป็นหลัก จากการศึกษาพบว่า ช้างเชือกผู้พร้อมจะผสมพันธุ์และมีการผลิต Sperm ออกมาทุกครั้ง แต่จะมีมากในช่วงของการตกมัน ส่วนช้างเชือกเมียจะไม่ยอมให้ช้างเพศผู้ผสมพันธุ์เลย ถ้าไม่อยู่ในระยะการเป็นสัด หรือยอมให้ผสมเมื่อถูกการบังคับของควาญ แม้จะยอมให้เชือกผู้ขึ้นผสมในระยะการเป็นสัด แต่ถ้าไม่ตรงกับระยะเวลาการตกของไข่แล้ว การติดลูกก็ไม่เกิดขึ้น
แหล่งที่มา
สถาบันคชบาลแห่งชาติ
info@thailandelephant.org

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น