วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การเพนียดคล้องช้าง

เพนียดคล้องช้าง อยู่ที่ตำบลสวนพริก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเป็นกำแพงอิฐ ภายในมีลานกว้างขวาง และมีพลับพลาของกษัตริย์ เอาไว้ทอดพระเนตรการจับช้างในเพนียด มีที่สำหรับคล้องช้าง เลี้ยงช้าง และที่สำหรับให้กษัตริย์ทรงช้าง ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกช้างศึก
และเป็นเสมือนที่อาศัยของช้าง
ซึ่งมีความสำคัญมาก คือ เป็นที่เก็บช้างเพื่อนำไปใช้ในการศึก ซึ่งสมัยก่อน มักนิยมทำการศึกแบบยุทธหัตถี

ประวัติของช้างไทย

ช้างไทยเป็นสัตว์ประจำชาติไทย และเป็นที่สำคัญต่อพระพุทธศาสนา และประเทศไทยยังเคยม
ธงชาติที่ประทับลายช้างเผือกไว้ด้วย ถ้าพูดถึงในสมัยก่อนนั้น ช้างมีความสำคัญมากในด้านการศึก ด้านการทำสงคราม ช้างทำให้ ขุนนางได้เลื่อนยศมามากคนแล้ว และคนไทยเราก็นิยมในช้างเผือก ซึ่งเป็นช้างของกษัตริย์ ซึ่งมีลักษณะสวยงามมาก แต่ว่าหาได้ยากมาก ซึ่งในการศึก ช้างจะเป็นพาหนะของแม่ทัพ ซึ่งจะมีการศึกบนหลังหลังช้าง เรียกว่า ยุทธหัตถี ถือเป็นการสู้ที่มีเกียรติมาก

แหล่งที่มา
www4.msu.ac.th/sati/studentProj.com



การผสมพันธุ์ การตกลูก และการดูแลลูก

ช้างโตเต็มวัยพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ ๙-๑๒ ปี ช้างผสมพันธุ์กันโดยไม่เลือกฤดู โดยช้างเพศผู้ซึ่งอยู่นอกโขลงจะเข้ามาผสมพันธุ์ช้างเพศเมียประมาณ ๗-๑๕ วัน แล้วก็จะออกจากโขลง แม่ช้างจะตั้งท้องประมาณ ๒๑-๒๒ เดือน และจะตกลูกครั้งละ ๑ ตัว ตลอดชีวิตของแม่ช้างจึงอาจมีลูกได้ ๕-๗ ตัว โดยจะมีลูกห่างกันราว ๔-๕ ปี ธรรมชาติที่น่าทึงมากของช้างเมื่อแม่ช้างตกลูก แม่ช้างก็จะหาเพื่อนช้างพังที่สนิทไว้คอยช่วยเหลือในเวลาตกลูก ช้างพังที่คอนช่วยเหลือนี้เรียกว่า "แม่รับ" ซึ่งจะคอยช่วเหลือแม่ช้างอยู่ตลอดเวลา เมื่อแม่ช้างใกล้คลอดมักจะไปหาที่ที่มีหญ้าอ่อนหรืออที่ที่มีดินนุ่มๆ เพื่อไม่ให้เป็นอันครายแก่ลูกช้างที่คลอดออกมาเพราะแม่ชข้างจะยืนคลอดลูกโดยจะย่อขาหลังต่ำลงและลูกช้างอาจตกลงพื้อดินในระยะสูงพอควร ลูกช้างที่คลอดออกมาจะมีถุงใสๆ เป็นเยื่อบางๆหุ้มอยู่ แม่รับจะคอยช่วยฉีกถุงนี้ให้แต่บางครั้งแม่ช้างก็ฉีกเอง ลูกช้างแรกคลอดจะนอนนิ่งๆโดยจะเคลื่อนไหวเฉพาะงวง หู หรือขา บางและจะค่อยๆลุกยืนด้วยตัวเองภายใน ๑-๒ ชั่วโมง ในระยะนี้แม่รับจะคอยประคับประคองดูแลตลอดเวลาจนลูกช้างเข้าไปกินนมแม่ได้ ลูกช้างบางตัวที่แข็งแรงพอคลอดมาได้เพียงครู่เดียวก็สามารถเดินเข้าไปหาแม่ได้ การเข้าไปหาแม่ช้างในเวลารวเร็วอาจถูกแม่ช้างทำร้ายจนถึงตายได้ เพระแม่ช้างยังอยู่ในระยะเจ็บปวดจากการคลอด

แหล่งที่มา
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๑๒

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ช้างต้น

กำเนิดช้างมงคล

จากตำราพระคชศาสตร์ ได้กล่าวถึงการกำเนิดช้างมงคล และแบ่งช้างมงคลเป็น ๔ ตระกูล ตามนามแห่งเทวะผู้ให้กำเนิด คือ
. ช้างตระกูลพรหมพงศ์ พระพรหมเป็นผู้สร้าง ช้างตระกูลนี้เมื่อมาสู่พระบารมีย่อมให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางวัตถุและวิทยาการต่างๆ
. ช้างตระกูลอิศวรพงศ์ พระอิศวรเป็นผู้สร้าง ช้างตระกูลนี้เมื่อมาสู่พระบารมีบ้านเมืองจะมีความเจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์และอำนาจ
๓. ช้างตระกูลวิษณุพงศ์
พระวิษณุ(พระนารายณ์)เป็นผู้สร้าง ช้างตระกูลนี้เมื่อมาสู่พระบารมีย่อมมีชัยชนะแก่ศัตรู ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล ผลาหารธัญญาหารจะบริบูรณ์
๔. ช้างตระกูลอัคนีพงศ์
พระอัคนีเป็นผู้สร้าง ช้างตระกูลนี้เมื่อมาสู่พระบารมีบ้านเมืองจะเจริญด้วยมังสาหารและมีผลในทางระงับศึก อันพึงจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว ทั้งมีผลในทางระงับความอุบาทว์ทั้งปวง อันเกิดแก่บ้านเมือง

คติความเชื่อเกี่ยวกับช้างเผือก
ตามคติความเชื่อทั้งในศาสนาพราหมณ์ และพุทธศาสนาถือว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่สูงด้วยมงคลทั้งปวง เป็นสัญลักษณ์ทั้งธัญญาหาร ภักษาหาร ผลาหาร และพระบารมีเกริกไกรอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน และจะเกิดขึ้นด้วยบุญญาบารมีแห่งองค์พระจักรพรรดิ แห่งแคว้นประเทศนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อได้พบช้างเผือกเวลาใด ประชาราษฎร์ก็จะแซ่ซ้องสาธุการน้อมเกล้าฯ ถวายด้วยเป็นรัตนะแห่งพระองค์


จ้าพระยาปราบไตรจักร (พลายหอม) ในรัชกาลที่ ๓ -

เจ้าพระยาปราบไตรจักร
งาช้าง ขนาด สูง ๒๙๙ ซม. และ สูง ๒๓๘ ซม. หนา ๔๔.๕ ซม. และ หนา ๔๕.๕ ซม
อายุสมัย รัตนโกสินทร์ ช้างพลายหอมจันได้มาจากเมืองด่านซ้าย ได้รับการขึ้นระวางประกอบพระราชพิธีสมโภช และพระราชทานนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร พลายหอมจันมีรูปร่างงาม มีงายาวไขว้จนถึงดิน ในขณะที่เข้าขบวนใดก็ตาม จะต้องทำพื้นยกเตรียมไว้ เวลาเดินต้องแหงนคอขึ้น เพื่อไม่ให้งาครูดกับพื้น เมื่อหยุดเดิน ก็ยืนบนแท่นที่เตรียมไว้ เอางาพักบนพื้นดิน งาช้างพระยาปราบไตรจักร เคยจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และได้นำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้นวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕

แหล่งที่มา
พิพิธภัณฑ์ช้างต้น www.gocities.com/roy_bilan222

ช้างสำคัญในรัชกาล


"
พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ
ช้างเผือกในรัชกาลปัจจุบัน
"


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงโปรดฯให้ประกอบพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางเป็นช้างต้น ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ - ๒๕๒๑ มีทั้งสิ้น ๑๒ เชือก
.พระเศวตรอดลุยเดชพาหน ภูมิพลนาคบารมีฯ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๒
.พระเศวตรรัตนกวี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๐๙
.พระเศวตรสุรคชาธาร สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑
.ช้างพลายแก้ว ยังมิทันได้ขึ้นระวางก็ล้มเสียก่อน ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙
.พระศรีเศวตรศุภลักษณ์ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๘
.ช้างพลายก้อง ล้มก่อนน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย
.พระเศวตรสุทธวิลาศ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๕
.พระวิมลรัตนกิริณี สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๐
.พระศรีนรารัฐราชกิริณี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐
๑๐. พระเศวตรภาสุรคเชนทร์ สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑
๑๑.พระเทพวัชรกิริณี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑
๒.พระบรมนขทิศ สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑


แหล่งที่มา

พิพิธภัณฑ์ช้างต้น

www.gocities.com/roy_bilan222



วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ชีวิตและความเป็นอยุ่ของช้าง

แต่เดิมช้างป่าในประเทศไทยมีอยู่แทบทุกจังหวัดที่มีป่าสูง ในแหล่งที่มีหญ้าและน้ำอุดมสมบูรณ์ อาจจะพบโขลงช้างตั้งแต่ ๓๐-๕๐ เชือก หัวหน้าช้างมักจะเป็นช้างพลายที่แข็งแรงที่สุดและจะเดินนำหน้าโขลงจะคอยปกป้องอันตรายให้กับช้างในโขลง ตลอดจนนำช้างในโขลงไปหากินในแหล่งอาหารที่สมบูรณ์และปลอดภัย โดยปกติเป็นช้างสีดอหรือช้างพลายที่ไม่มีงา เพราะมักจะมีลักษณะที่สูงใหญ่ และแข็งแรงกว่าช้างงาปกติ แต่ถ้าไม่มีช้างสีดอก็จะเป็นช้างพลายงาที่แข็งแรงที่สุด ในภาวะปกติที่ช้างในโขลงกำลังพักผ่อนและกินอาหารอยู่ หัวหน้าโขลงและช้างงาจะแยกตัวออกไปหากินต่างหาก แต่ก็ไม่ไกลจากโขลงเท่าใดนัก
ส่วนช้างที่แยกตัวออกไปอยู่ลำพังซึ่งอาจจะโดนไล่ออกจากโขลงเนื่องจากเกเรนั้นเรียกว่าช้างโทน มักจะเป็นช้างที่ดุร้าย ปกติแล้วในแต่ละโขลงช้างพบว่ามีการอยู่ด้วยกันในระบบอาวุโส ช้างพังที่มีอายุมากสามารถที่จะทำการขับไล่หรือแย่งแหล่งอาหารจากช้างที่อ่อนกว่า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช้างพังที่มีอายุน้อยกว่าหลุดออกไปจากโขลงได้ เมื่อแหล่งน้ำและแหล่งอาหารมีปริมาณเล็กน้อยและจำกัดในพื้นที่

แหล่งที่มา
สถาบันคชบาลแห่งชาติ
www.info@thailardelephant.org

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บันทึกประจำวัน

วันอังคาร ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในวันนี้ผมตื่นเต้นมากที่ได้เรียนโปรเจ็คอีกครั้งเพราะทำให้เราได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองและมีคุณครูคอยให้คำปรึกษาหรือให้คำแนะนำในการศึกษาเรียนรู้
โปรเจ็คที่พวกเราเลือก คือ โปรเจ็คเรื่องกุญชรแห่งสยาม ในตอนเช้าทุกๆคนไดเข้าไปที่ห้องสมุด พอไปถึงคุณครูรภัทรก็ให้โจทย์มาทำ ๑๐ ข้อมาทำ ซึ่งผมก้ทำเสร็จภายในตอนเช้าจากนั้ก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน พอพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็มาสืบค้นงานที่บนห้องภาษาไทยในหัวข้อ "ชนิดของช้าง" พอจากนั้นผมก็มาสมัคร Blogger แต่ก็สมัครไม่สำเร็จเพราะเวลาหมดเสียก่อน ผมจึงมาทำบันทึกประจำวัน



วันพุธ ที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าผมได้ขึ้นไปสืบค้นงานที่บนห้องภาษาไทยแต่ผมก็ไม่ได้สืบค้นงานเพราะผมต้องมาสมัคร Blogger ต่อจากเมื่อวาน พอผมสมัครเสร็จผมก็นำข้อมูลที่ผมสืบค้นงานมาลงใน Blogger จากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขึ้นมาบนห้องเพื่อสืบค้นงาน พอถึงเวลา ๑๔.๓๐ น.ผมก็มาเขียนบันทึกประจำวัน



วันพฤหัสบดี ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒


ในตอนเช้าของวันนี้ผมได้ขึ้นไปที่บนห้องพอมาถึงห้องผมก็มาเขียนตารางปฏิบัติงานของวันนี้ ซึ่งทุกคนในห้องก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองตามที่ได้วางแผนไว้ และพอเขียนเสร็จผมก็ใช้เครื่อง olpc มาพิมพ์งานที่สื่บค้นงานมาลงใน Blogger แต่ผมก็ไม่ได้นำเครื่อง olpc มาใช้เพราะแบตเตอรี่หมด แต่ผมก็ใช้คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานจนเสร็จ หลังจากนั้นทุกคนก็ลงไปพักรับประทานอาหาร
พอหลังจากพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ทุกคนก็ขึ้นมาสืบค้นงานจนสำเร็จ หลังจากนั้นก็มาเขียนสรุปหัวข้อเรื่องชนิดช้างจนเสร็จ จากนั้นก็มาเขียนบันทึกประจำวันก่อน แล้วพอทำเสร็จก็มีตัวแทนของกลุ่มออกมานำเสนองานแล้วทุกคนในห้องก็มาทำแบบฟอร์มการให้คะแนน


วันอังคารที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าของวันนี้ททุกคนได้ขึ้นไปบนห้องสมุดเพื่อประชุมกันเรื่องที่จะต้อง นำเสนองานในวันศุกร์ที่จะถึงนี้และครูณภัทรก็ให้กลุ่มที่ ๑-๔ เป็นกลุ่มที่จะนำเสนองานในวันศุกร์นี้ ส่วนคนที่เหลือก็เป็นคนไปดูโปรเจ็คของห้องต่าง พอเสร็จครูก็เปิดวีดีโอเรื่องมหัศจรรย์สุวรรณภูมิให้ดูทุกคนก็ตั้งใจดูกัน พอดูเสร็จก็แยกย้ายกันขึ้นตามห้องเพื่อไปสืบค้นงานแต่ผมก็ไม่ได้สืบค้นงาน เพราะผมต้องมาแต่งกลอนแปดที่เกี่ยวกับช้างพอผมทำเสร็จผมก็นำไปส่งครู ศิวิไลซ์ แต่ผมทำไม่ถูกครูก็เลยให้ไปแก้จากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน พอพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขึ้นมาทำงานบนห้องในกลุ่มผมได้ปรึกษากัน ในเรื่องที่จะนำเสนอจากนั้นทุกคนก็ตกลงกันที่จะทำโปรโชว์โกจากนั้ก็เริ่ม ทำงาน จากนั้นก็มีตัวแทนกลุ่มของแต่ละกลุ่มมานำเสนองานที่แต่ละกลุ่มสืบค้นมา พอทุกกลุ่มนำเสนองานเสร็จก็มาเขียนบันทึกประจำวัน


วันพุธ ที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันนี็หลังจากเข้าแถวเสร็จพวกเราก็ขึ้นมาบนห้องเพื่อมานำเสนองานของเมื่อวาน นี้เพราะทุกกลุ่มนำเสนองานได้ไม่ดีคุณครูศิวิไลซ์จึงให้มานำเสนองานอีกครั้ง พอนำเสนองานเสร็จหมดทุกกลุ่ม ทุกคนก็สืบค้นงาน และก็มีเพื่อนบางคนทำงานที่จะนำเสนอแต่ผมก็ไม่ได้ช่วยเพราะผมมีงานที่ยังทำ ไม่เสร็จผมจึงต้องทำงานให้สำเร็จจากนั้นผมก็มาสืบค้นงานจากนั้นก็ลงไปพัก รับประทานอาหารกลางวัน
พอพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จผมก็มาเขียนงานลงในสมุดพอเขียนในสมุดเสร็จ ก็มาพิมพ์ลงในBloggerพอทำเสร็จก็ถึงเวลานำเสนองานของแต่ละกลุ่มทุกคนในห้อง ก็ให้คะแนน พอเสร็จจากการนำเสนองานก็มาพิมพ์บันทึกประจำวันลงในBloggerจากนั้นก็มา เเขียนบันทึกประจำวันลงในสมุด


วันศุกร์ ที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าของวันนี้ผมก็ตื่นเต้นมากที่ผมจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในช่วง ชั้น ซึ่งผมได้นำเสนองานกันที่ห้องสมุด และทุกคนในห้องตั้งใจฟังกันเป็นอย่างดี พอนำเสนองานเสร็จหมดทุกกลุ่มทุกคนก็แยกย้ายกันกลับห้อง และพอทุกคนที่ไปแลกเปลี่ยเรียนรู้กับห้องอื่นมาเสร็จก็ไดมาพูดให้กับเพื่อนๆ ในห้องฟัง พอเสร็จคุณครูศิวิไลซ์และคุณครูณภัทรก็ได้ให้คำติชมกับกลุ่มที่ได้นำเสนองาน ในห้องพอเสร็จคุณครูก็เปิดรูปภาพที่เพื่อนๆบางส่วนได้ไปศูนย์ผึกลุกช้างมา ให้ดูพอเสร็จก็ลงไปพักรับประทานอาหาร พอรับประทานอาหารเสร็จก็ขึ้นมาทำเล่มรายงานพอกลุ่มขอองผมทำเสร็จก็มาเขียน บันทึกประจำวันลงในสมุด จากนั้นก็พิมพ์ลงในบล็อก


วันจันทร์ ที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในวันนี้ตอนเช้าทุกคนได้ขึ้นไปบนห้องสมุดเพื่อเพ้นท์รูปช้างลงที่จานแต่พอทำ ไปถึงเวลา ๑๐.๑๕ น. ผมและคุณครูณภัทรไปส่งนายณฐพล ไปที่ลงพยาบาลลำปางเพราะนายณฐพลเล่นตระก้อแล้วกระโดดแล้วหัวฟาดพื้น พอไปถึงก็ส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินแล้วคุณครูณภัทรก็โทรไปบอกแม่นายณฐพลแล้วแม่ ของนายณฐพลก็มาหาจากนั้นนายณฐพลจากนั้นก็กลับบ้าน และผมกับครูณภัทรก็ไปหารับประท่านอาหารกลางวันที่หน้าโรงพยาบาลจากนั้นก็ กลับโรงเรียน พอมาถึงโรงเรียนผมก็มาระบายสีช้างที่ได้เพ้นท์เอาไว้ที่บนห้องภาษาไทยพอทำ เสร็จก็ส่งคุณครูศิวิไลซ์ จากนั้นก็มาแต่งกล่อนพอเสร็จก็มานำเสนองานแล้วก็มาพิมพ์บันทึกประจำวันพอ เสร็จก็มาเขียนลงในสมุด


วันอังคาร ที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าของวันนี้ทุกคนได้ขึ้นมาบนห้องพอมาถึงทุกคนก็นำบันทึกประจำวันมา ส่งกับคุณครูศิวิไลซ์พอจากนั้นผมก็มาสืบค้นหางานและผมก็ได้เรื่อง"ช้างต้น คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์"จากนั้นก็จดบันทึกลงในสมุดและก็ลงไปพัก รับประทานอาหารกลางวัน พอพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จผมก็มาพิมลงใน Blogger และผมก็มาสืบค้นงานต่อจากตอนเช้า จากนั้นพอผมจะพิมพ์งานลงใน Blogger อินเตอร์เน็ตก็เข้าไม่ได้ ผมก็เลยไม่ได้พิมลงใน Blogger และจากนั้นก็เขียนบันทึกประจำวันลงในสมุด


วันพุธ ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าวันนี้ผมได้ขึ้นมาบนห้องภาษาไทย พอมาถึงห้องผมก็นำบันทึกประจำวันมาส่งคุณครูศิวิไลซ์ พอส่งเสร็จผมและกลุ่มของผมก็นำเล่มรายงานมาแก้ไขส่วนที่ผิด และผมก็ได้สืบค้นงานในเรื่องที่ถูกแก้คือเรื่องการผสมพันธุ์ของช้าง จากนั้นคุรครูก็ตรวจ Bloger ของทุกคนและทุกคนก็ได้ปรับปรุงจากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขึ้นมาแก้ไข Blogger ของตัวเอง จากนั้นก็มีตัวแทนของแต่ละกลุ่มมานำเสนองานที่หน้าห้องและทุกคนก็ได้ให้คะแนนในแบบฟอร์มพอเสร็จก็มาพิมพ์บันทึกประจำวันลงใน Blogger พอเสร็จก็มาเขียนลงในสมุด

วัน พฤหัสบดี ที ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าของวันนี้ทุกคนได้ขึ้นมาบนห้องพอมาถึงผมก็นำบันทึกประจำวันของเมื่อวานนี้มาส่งให้กับคุณครูศิวิไลซ์พอคุณครูตรวจบันทึกระจำวันเสร็จเพื่อนก็นำสมุดบันทึกประจำวันมาให้ผมซึ่งดีใจมากที่ผมได้ค่าชมจากคุณว่าดีมา ๒ วันแล้วและผมก็จะทำให้ดีเหมือนเดิม
จากนั้นผมก็ขึ้นมาพิมพ์งานที่ผมได้สืบค้นมาพิมลงใน blogger แและจากนั้นทุกคนก็ลงไปพักกลางวัน
พอรับประทานอาหารเสร็จผมก็ขึ้นมาบนห้องเพื่อสืบค้นหางานและผมก็สืบค้นหางานได้เรื่องประวัติของช้างไทยและเรื่องราวการเพนียดคล้องช้างพอผมจดบันทึกลงในสมุดเสร็จผมก็พิมพิ์ลงใน blogger จากนั้นก็ถึงเวลานำเสนองานของตัวทนไนแต่ละกลุ่มและเพื่อนๆในห้องก็ให้คะแนนในแบบพอร์มการนำเสนองานจากนั้นก็มาพิมพ์บันทึกปประจำวันลงใน blogger และก็เขียนลงในสมุดบันทึกประจำวัน

วันศุกร์ ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตออนเช้าของวันนี้ผมได้ขึ้นมาบนห้องพอผมมาถึงผมก็นำบันทึกประจำวันมาส่งให้คุณครูศิวิไลซ์ จากนั้นคุณครูณภัทรก็เรียกทุกคนไปดูการทำวีดีโอในการจะทำงานในวันจันทร์และจากนั้คุณครูก็คุยเรื่องการจะจัดนิทัศการในวันที่ ๑๐ เดือนมกราคมนี้และก็คุยเรื่องคนที่จะไปเดินร่วมผ้าป่านี้ด้วยและก็มีตัวแทน ๑๐ คนที่จะไปซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีผมอยู่ด้วยจากนั้นก็ขึ้นมาสืบค้นงาที่บนห้องต่อแต่เวลาหมดเสียก่อนทุกคนจึงลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขึนมาสืบค้นงานต่อซึ่งผมก็สืบค้นได้เรื่องโครงการปลูกป่าให้ช้างจากนั้นผมก็มาจดบันทึกลงในสมุดและก็มาพิมพ์ลงใน Blogger
จากนั้นทุกคนก็ลงไปพบกันที่ห้องสมุดเพื่อคุยเรื่องที่จะต้องไปทัศนศึกษาที่ศูนย์อนุรักช้างไทยพอตกลงกันเสร็จก็กลับบ้าน จากนั้นผมก็ได้มาเขียนบันทึกประจำวันในวันจันทร์ลงในBloggerและจากนั้นก็มาเขียนบันทึกลงในสมุด

วันจันทร์ ที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในวันนี้ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ไปศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย รถได้เริ่มเดินทางออกจากโรงเรียนเวลา ๐๘.๐๐ น. ออกเดินทางโดยรถสองแถว ไปถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเวลาประมาณ ๐๘.๑๕ น. พอทุกคนไปถึงก็นำเงินบริจาคจำนวน ๕,๐๐๐ บาทไปมอบให้กับผู้อำนวยการศูนยือนุรักษ์ช้าง พอเสร็จทุกคนก็เข้าไปในพิพิธภัณฑ์เพื่อถ่ายรูปโดยใช้เครื่อง XO และกล้องถ่ายรูป ถ่ายเก็บข้อมูลไว้ จานั้นก็มีบางกลุ่มออกเดินทางไปที่ลานแสดงช้างส่วนกลุ่มที่ยังอยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็จะตามมาที่หลังพอไปถึงก็มีชาวต่างชาติขี่ช้างมาทำการแสดงพอเริ่มแสดงก็มีช้างตีระฆังและก็ชักธงชาติช้างก็แสดงโชว์ต่างๆให้ดู เช่น ลากไม้ ดันไม้ ตีอังตะลุง และวาดภาพ เช่น ภาพช้างและภาพต้นไม้ (จำนวน ๓ เชือก) เป็นต้น พอเสร็จการแสดงทุกกลุ่มก็แยกย้ายไปทำงานและกลุ่มของผมได้ไปอัดวีดีโอที่ริมสระน้ำ พอทำเสร็จในฉากแรกก็ไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จผมและเพื่อนๆๆจำนวนหนึ่งได้ไปดูการทำกระดาษมูลช้างและก็ไดทำเองด้วย และทุกคนก็ได้ของฝากเล็กๆน้อยๆกลับไป พอไปดูเสร็จก็ไปดูการอาบน้ำช้างแต่กว่าช้างจะอาบน้ำก็ ๑๓.๑๕ น.ผมและด.ช.โรจน์พากันไปขี่ช้าง (คนละ๕๐บาท) พอผมขึ่นก็กลัวมากเพราะมันสายไปมาแต่ก็สนุก พอผมลงจากช้างก็มาช้างอาบน้ำซึ่งผมมาถึงก็เป็นเวลาอาบน้ำของช้างพอดีและก็ทำการอัดวีดีโอ พอช้างอาบน้ำเสร็จทุกคนก็ไปถ่ายรูปกับช้างซึงช้างบางตัวก็พ่นน้ำพอถ่ายรูปเสร็จก็เดินทางไปโรงพยาบาลช้าง และพอเสร็จก็ไปเข้าแถวเพื่อจะขึ้นรถกลับโรงเรียน


วันอังคาร ที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ในตอนเช้าของวันนี้ทุกคนได้ขึ้นไปพบกันที่บนห้องสมุดจากนั้นคุณครูณภัทรก็ชี้แจงเรื่องการใช้ห้องน้ำและการทำความสะอาดห้องน้ำ จากนั้คุณครูก็นำรูปในกล้องถ่ายรูปของแต่ละคนมาลงในคอมพิวเตอร์ที่ห้องสมุด จากนั้นผมก็ขึ้นมาบนห้องภาษาไทยพอผมมาถึงผมก็มาเขียนบบันทึกประจำวันของวันศุกร์และวันจันทร์ลงในสมุดจากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จผมก็ขึ้นมาบนห้องพอมาถึงผมก็มาพิมพ์บันทึกประจำวันลงใน Blogger จากนั้นผมก็มาทำแบบฟอร์มการนำเสนองานของเพื่อน จากนั้นก็มีตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานและทุกคนในห้องก็ให้คะแนนในแบบฟอร์มจากนั้นผมก็มาพิมพ์บันทึกประจำวันลงใน Blogger จากนั้นก็มาเขียนลงในสมุด


วันพุธ ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันนี้ในตอนเช้าทุกคนได้ไปประชุมพร้อมกันที่ห้องสมุดเพื่อแบ่งกลุ่มไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับห้องต่างๆในวันศุกร์นี้และผมก็ได้จับคู่กับ ด.ช.จิราวุฒิเพือไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับห้องมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ พอแบ่งกุ่มกันเสร็จก็แยกย้ายกันขึ้นห้องเรียน พอผมขึ้นมาถึงผมก็ได้นำแฮนดรีไดรมาให้ ด.ช.ชาญณรงค์ เพื่อนำมาคัดลองรูปภาพการไปทัศนศึกษาที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จผมก็ขึ้นมาบนห้องเพื่อจะเตรียมตัวนำเสนองานของแต่ละกลุ่ม พอทุกกลุ่มนำเสนองานเสร็จคุณครูศิวิไลซ์ก็ให้คำแนะนำกับแต่ละกลุ่ม พอเสร็ผมก็มาพิมบันทึกประจำวันลงใน Blogger และก็เขียนลงในสมุด


วันพฤหัสบดี ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันนี้ตอนเช้าพวกเราในกลุ่มได้ช่วยกันระดมสมองช่วยกันคิดว่าวันนี้จะทำอะไรกันบ้างจากนั้นก็มาเขียนลงในตารางปฏิบัติงานและก็ไดเริ่มทำงานโดยกลุ่มของผมก็ไดช่วยกันตัดต่อสารคดีที่ได้ไปถ่ายทำที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย แต่ปัญหาก็คือพวกเราตัดต่อเสียงไม่เป็นเลยต้อใช้เครื่อง XO หรือเครื่อง OLPC มาสืบค้นการตัดต่อเสียงจากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอโรงเรียนเข้าผมก็ขึ้นมาบนห้องและก็ได้นำเล่มรายงาานของกลุ่มไปส่งให้คุรครูศิวิไลซ์ คุณครูก็ตรวจเล่มรายานและได้ให้กลุ่มของผมมาแก้หน้าปกเพราะไม่ได้ใส่ชื่อกลุ่ม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเพื่อนๆได้แก้หรือยังเพราะผมไดขออนุญาติคุณครูไปเล่นดนตรี (ดุริยางค์) ในงานคริสมาสต์เย็นนี้ผมก็เลยออกจากห้อมาก่อน และผมก็ได้มาเขียนบันทึกประจำวันลงในสมุดและพิมพ์ลใน Blogger และก็มาเขียนบันทึกประจำวันในวันศุกร์



วันศุกร์ ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันนี้ผมดีใจมากที่จะได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ เรื่องว่าว กับเด็กชายจิราวุฒิพอพวกผมขึ้นไปถึงบนห้องพี่ๆก็เริ่มนำเสนองานพอดีและผมก็เป็นคนจดบันทึกข้อมูลและเด็กชายจิราวุฒิเป็นคนถ่ายรูปและจดข้อมูล พอเสร็จพวกผมก็ลงไปที่ห้องสมุดเพื่อนำเสนอความรู้ที่ได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรูกับห้องต่างๆมาจากนั้นก็ลงไปพักรับประทานอาหารกลางวัน
พอโรงเรียนเข้าผมก็ขึ้นมาบนห้องเพื่มาคิดวางแผนว่าจะทำงานนำเสนอสรุปโปรเจ็ดยังงัยและก็ตกลงกันว่าจะทำแผนผังและทำโมเดลช้างอาบน้ำและก็ได้นัดกันมาทำงานในวันอาทิตย์นี้ และจากนั้นก็มาเขียนบันทึกประจำวันลงในสมุดและก็มาพิมพ์ลงใน Blogger

การผสมพันธ์ของช้าง


ในบางครั้งของช้างเพศเมีย Africa จะแสดงอาการเดินที่เรียกกันว่า Oestrous walk คือ เดินเชิด แหงนหน้ามองเหลือมาทางด้านหลัง กระวนกระวายให้ความสนใจเชือกผู้โดยเฉพาะเชือกที่แสดงอาการเป็นสัด ส่วนเชือกผู้ทั้งเอเชียและ Africa จะทำการทดสอบช้างเชือกเมียโดยใช้งวงล้วงเข้าไปใน Vulva ของช้างเชือกเมียเอามาดมและชิม โดยใช้ Function พิเศษของ Jacobson’s organ (บางคนเรียก Vomeronasal organ) ที่อยู่บริเวณเพดานบนของปากเหนือ Hard และ Soft palate ต่อมนี้ช้างตัวผู้ใช้ประโยชน์ในการตรวจการเป็นสัดของช้างตัวเมีย ต่อมนี้จะมีท่อเปิดที่โคนปาก ขนาดของรูเปิดประมาณเท่ากันเส้นผ่าศูนย์กลางของซิก้า และจะเชื่อมต่อกับระบบประสาทที่สมองส่วน Cribiform plate ซึ่งถ้าเป็นตัวเมียที่อยู่ในระยะการเป็นสัดจะยินยอมให้ทำและแสดงอาการดีใจ ที่ถูกกระทำ และจะแยกตัวออกมาจากโขลงโดยจะมีเชือกผู้ที่มีอาการเป็นสัดเดินตามออกมาร่วม ด้วย
ในช้างเอเชียจะมีการแสดงอาการที่เรียกว่า “Pre-copulatorymanoeuvre” คือ หน้าชนหน้า ปากชนปากคล้ายกัดกัน งวงมาพันกัน เป็นต้น
การตั้งท้องของช้างจะถูกยืนยันโดยการพบ Secreation ของ Progesterone หลัง 12 อาทิตย์ของ Iuteal phase ในระดับ 400 ถึง 1,200 pg/ml (ค่าปกติ = 100 pg/ml) ในช่วงปีแรกจนกระทั่งถึงระยะหกเดือนก่อนกำหนดคลอด
ช้างตั้งท้องประมาณ ๒๒ เดือน (๖๓๐–๖๖๐ วัน) ในระยะ ๓ เดือนแรก การเจริญของ Foetus เร็วมาก จะมีการปรากฏของหู งวง หางให้เห็น ช้างสามารถตั้งท้องได้จนกระทั่งอายุประมาณ ๕๐ ปี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากสภาพความสมบูรณ์ของแม่ที่ไม่สามารถจะผลิตนมออกมาได้พอเลี้ยงลูก ลูกช้างดูดนมหลายครั้งใน ๑ ชั่วโมง (เฉลี่ยครั้งละ ๒-๓ นาที) ลูกช้างเพศผู้จะโตเร็วกว่าเพศเมีย จากการสำรวจพบว่าการที่แม่ช้างให้กำเนิดลูกเพศผู้ จะทำให้ Oestrous cycle ช้ากว่ากำหนดเดินไปอีก ๖ เดือน ช้างเพศผู้สามารถสร้าง Sperm ได้เมื่ออายุประมาณ ๑๐–๑๕ ปี ช้างจะใช้เวลาในการผสมพันธุ์ประมาณ ๒-๓ นาที (เริ่มขึ้นทับช้างเชือกเมียจนหลั่ง) ใช้เวลาในการสอดใส่ราว ๑๐ ถึง ๑๕ วินาที ผสมกันประมาณ ๓ ถึง ๘ ครั้งต่อวัน
น้ำเชื้อตัวผู้ออกมาคราวละประมาณ ๙๐ ถึง ๑๒๐ ซี.ซี. (โดยการใช้ Artificial vagina เก็บเพื่อนำไปทำการผสมเทียมในช้างเพศเมีย) น้ำเชื้อของช้างจะมีลักษณะคล้ายครีม มีสีขาวออกเทา PH ๗.๒-๘ ปริมาณเชื้อ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ล้านตัว/ซี.ซี. (ที่มีการเคลื่อนไหวหรือที่มีชีวิต ตรวจพบโดยประมาณเท่ากัน ๘๐%)
การที่ช้างจะผสมติดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะการตกไข่ (การแสดงอาการเป็นสัด) ของช้างเชือกเมียเป็นหลัก จากการศึกษาพบว่า ช้างเชือกผู้พร้อมจะผสมพันธุ์และมีการผลิต Sperm ออกมาทุกครั้ง แต่จะมีมากในช่วงของการตกมัน ส่วนช้างเชือกเมียจะไม่ยอมให้ช้างเพศผู้ผสมพันธุ์เลย ถ้าไม่อยู่ในระยะการเป็นสัด หรือยอมให้ผสมเมื่อถูกการบังคับของควาญ แม้จะยอมให้เชือกผู้ขึ้นผสมในระยะการเป็นสัด แต่ถ้าไม่ตรงกับระยะเวลาการตกของไข่แล้ว การติดลูกก็ไม่เกิดขึ้น
แหล่งที่มา
สถาบันคชบาลแห่งชาติ
info@thailandelephant.org

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โครงการปลูกป่าให้ช้าง

พื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารได้ลดจำนวน ลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ช้างมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วในประเทศไทยมีช้างอาศัยอยู่ประมาณ 100,000 เชือก แต่ในปัจจุบันจำนวนช้างป่าได้ลดลงเหลืออยู่ประมาณ 1,500 เชือก อันเนื่องมาจากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความแห้งแล้งและการขาดแคลนอาหารในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ จึงทำให้ช้างป่าเข้าไปบุกรุกพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ จนเกิดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างช้างป่ากับชาวบ้านตลอดระยะเวลาหลายปีที่ ผ่านมาในขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนช้างบ้านเหลืออยู่ประมาณ 2,000 เชือก แต่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ประกอบกับปัญหาความยากจนและไม่มีรายได้เพียงพอในการเลี้ยงช้าง จึงทำให้ช้างบ้านส่วนใหญ่ถูกเจ้าของหรือควาญช้างนำออกไปเดินเร่ร่อนหากินตาม เมืองใหญ่ต่างๆเพื่อหารายได้ ทำให้ช้างถูกใช้งานอย่างหนักในแต่ละวัน ในขณะที่ไม่มีอาหารอย่างพอเพียงในแต่ละวัน จนเกิดความเครียด และมีชีวิตที่เสี่ยงต่ออันตราย ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการนำช้างออกจากป่ามาเดินเร่ร่อนตามเมืองใหญ่แทบ ทั้งสิ้น ที่จริงแล้วสภาพที่เหมาะสมสำหรับช้างก็คือป่าตามธรรมชาตินั่นเอง

จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงจัดทำโครงการปลูกป่าให้ช้างตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา เพื่อฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติให้กลับมามีความอุดม สมบูรณ์มากขึ้น เพื่อให้ช้างป่าและช้างเร่ร่อนตามท้องถนนได้มีที่อยู่อาศัยและอาหารตาม ธรรมชาติอย่างพอเพียง ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างคนกับช้างป่าได้

วัตถุประสงค์ของโครงการปลูกป่าให้ช้าง

1. เพื่อคุ้มครองและขยายอาณาเขตที่อยู่อาศัยของช้าง
2. เพื่อลดการกระทบกระทั่งระหว่างช้างกับมนุษย์3. เพื่อให้คนไทยหันมาสนใจการอนุรักษ์ธรรมชาติและการคุ้มครองสัตว์
4. เพื่อปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารสำหรับช้าง
5. เพื่อพัฒนาทางออกให้กับช้างเร่ร่อนไม่ให้ต้องออกขอเงินตามถนนในเมือง
6. เพื่อปลูกป่า ทำให้เกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย


ชนิดของช้างไทย

ช้างพัง คือ ช้างตัวเมียที่ไม่มีงาแต่บางทีก็มีงาเล็กๆออกมาเรียกว่า"ขนาย"
ช้างพลาย คือ ช้างตัวผู้ที่มีงา
ช้างสีดอหรือช้างนรการ คือ ช้างพลายหรือช้างเพศผู้ แต่จะมีงาที่มีขนาดสั้นโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ยาวเหมือนช้างงาปกติทั่วไป แต่มีขนาดของงาคล้ายขนายของตัวเมีย ปกติจะมีรูปร่างใหญ่โตกว่าช้างงาและมักจะมีกำลังมากกว่าช้างงาทั่วไป และมักจะเป็นจ่าฝูง
ช้างสีดอมืด คือ ช้างสีดอที่ไม่มีงาโผล่ออกมาเลย
ช้างทอก คือ ช้างที่เป็นจ่าฝูง



ช้างทองแดง คือ ช้างเผือก
ช้างพลายแม่ คือ ช้างเพศเมียที่ร่างกายใหญ่โตผิดกว่าช้างพักทั่วไปและมีขนายยาวใหญ่ผิดธรรมดาจนเกือบจะเป็นงา
ช้างแม่ปะแหลกหรือช้างแม่หนัก คือ ช้างพลายแม่ที่มีความเก่งกล้าจนได้รับความยกย่องให้เป็นจ่าโขลง
ช้างบำรุงงา คือ การนำเอาช้างงาสองเชือกมาทำท่าจะชนกัน
ช้างชนะงา คือ ช้างมีงาที่ได้รับการฝึกให้รู้จักการต่อสู้แล้วหรือเคยผ่านสงครามชนช้างแล้วชนะช้างอื่นมาแล้วที่เข้าราชพิธีสมโภชขึ้นระหว่างรับพระราชทานนามแล้ว
แหล่งที่มา
สถาบันคชบาล www.info@thailandelephant.org